และแล้วเวลาก็เดินทางมาถึงอาทิตย์สุดท้ายของการปิดเทอมภาคฤดูร้อนครั้งสุดท้ายของชีวิตนักศึกษา,,,
 
ในช่วงปิดเทอมหลังจบชั้นปีที่สามของนักศึกษาหลายคน สิ่งที่ต้องพบเจอคือ
 
"การฝึกงาน"
 
 
ในสาขาของอายนั้น ไม่ได้บังคับว่าต้องฝึก
 
 
 
แต่ก็เอาวะ ลองดู
 
 
ยื่นเอกสารไปขอฝึกงานกับบริษัทกึ่งทัวร์กึ่งที่พักแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ตั้งแต่ประมาณเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว
 
ช่วงเวลาระหว่างนั้น ก็ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาหนาหู ว่าที่ที่จะไปฝึกงานนั้นไม่ดีอย่างนู้นอย่างนี้
 
ทำเอาขยาดจนแทบถอดใจไปเหมือนกัน แต่สุดท้ายก็ถึงเวลาไปฝึกงานจนได้,,,
 
 
 
บริษัทนี้ เป็นทั้งศูนย์บริการให้ข้อมูลนักท่องเที่ยว,ขายทัวร์,ขายทริป
 
และยังเป็นร้านอาหารและมีบริการที่พักอีกด้วย เรียกได้ว่าครบเซท
 
 
โชคดีที่ที่อายไปฝึกงาน มีรุ่นพี่ที่สาขาจบไปแล้วทำงานอยู่ที่นั่นถึง 3 คน
 
อายเลยได้รับการดูแลอย่างดีจากพี่ๆ ทั้งคอยบอกโน่นนี่ และพาไปกินข้าวเที่ยงด้วยเสมอๆ
 
หน้าที่ที่อายได้รับมอบหมายให้ทำคือเขียนบิลอาหาร ดูแลเรื่องเช่ารถมอเตอร์ไซค์
 
ดูแลเรื่องติดแทกกระเป๋ารวมไปถึงจักรยานสำหรับแขกที่มาพัก
 
นอกนั้นก็ทำอะไรนิดๆหน่อยๆตามที่เค้าไหว้วานให้ทำบ้างประปราย
 
 
 
แขกที่มาพักส่วนใหญ่เป็นชาวฝรั่งเศส ได้ฟังจนรื่นหูเลยทีเดียว
 
แต่พอให้พูดหรอ,,,ก็อ้ำๆอี้งๆอยู่เหมือนกัน
 
งานที่ได้ทำก็สนุกดีนะ บางทีก็แอบจะน่าเบื่อไปบ้าง เพราะได้นั่งว่าง นั่งเฉยๆอยู่บ่อยๆ
 
 
อายทำงานอาทิตย์ละ 6 วัน ได้หยุดวันเดียวคือวันอาทิตย์
 
 
 
 
ปัญหาในที่ทำงานมีมั้ย บอกเลยว่ามี แต่ไม่ขอพูดให้ฟังดีกว่า
 
 
 
 
อาทิตย์ที่สองของการทำงานวันแรก,,,
 
 
อยู่ๆจากที่ได้นั่งอยู่หน้าเคาเตอร์บริการกับพี่อีกคนคอยชั่วนั่นช่วยนี่
 
อยู่ๆอายก็โดนเจ้านายย้าย ให้มานั่งอยู่หน้าบริษัท 
 
มีเก้าอี้กลมหนึ่งตัว ข้างประตูกระจก
 
 
หน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย คือคอยเปิดปิดประตูให้ลูกค้า
 
หรือคอยสอบถามฝรั่งที่เดินมาด้อมๆมองๆแถวบริษัท
 
และคอยเสิร์ฟน้ำให้ลูกค้า เท่านั้น,,, 
 
 
 
แปดชั่วโมง กับการนั่งเป็นหุ่นที่หน้าประตูบริษัท
 
 
 
เย็นวันนั้น พอเลิกงาน กลับมานั่งคิดนอนคิด เครียดมาก
 
สุดท้ายเลยตัดสินใจจะไปขอออก
 
เหตุผลหลักคือ อยู่แล้วก็ไม่ค่อยได้ทำอะไร ยิ่งโดนย้ายให้ไปนั่งเฝ้าประตู ยิ่งแล้วใหญ่
 
รู้สึกว่าออกมาทำอย่างอื่นน่าจะมีประโยชน์กว่า 
 
และปัญหาและข้อเสียอีกหลายๆอย่างที่ประสบพบเจอ แต่ไม่ขอพูดถึง
 
 
เช้าวันต่อมา เลยรวบรวมความกล้า พูดออกไปหลังจากเข้างานไปได้ยี่สิบนาทีว่าขอออก
 
เจ้านายพูดอะไรด้วยนิดหน่อย แล้วก็ปล่อยตัวมาอย่าง่ายดาย
 
แต่คำพูดและคำถามของเจ้านายทำให้รู้เลยว่า เค้าไม่ได้สนใจจะรับเราเข้ามาแต่แรก
 
คาดว่าเอกสารที่เราส่งมาคงยังไม่ได้อ่านเลย
 
(ก่อนหน้านี้รอบแรกที่ส่งเอกสารมา พอวันแรกมาทำงาน เค้าบอกว่าเอกสารหาย ให้ไปขอมาใหม่แล้วรอบนึง)
 
 
หลังจากนั้นศโรชินก็เป็นไท
 
 
การฝึกงานเพียงอาทิตย์เดียวก็ทำให้ได้พอรู้แล้วว่า โลกในรั้วมหาวิทยาลัยที่เคยคิดว่ามันกว้างใหญ่แล้ว 
 
เมื่อออกมาสู่โลกของการทำงานมันกลับแคบลงไปถนัดตา,,,
 
 
 
หลังจากนั้น ตอนแรกก็ว่าจะหางาน part time ทำอยู่ที่เชียงใหม่ต่อ
 
แต่เนื่องด้วยสภาพอากาศและมลพิษที่โหดแสนโหด และงาน part time ที่หายากเหลือเกิน
 
สุดท้ายก็ได้แบกกระเป๋ากลับมาตายรังที่บ้าน
 
 
กลับมาที่บ้าน เป็นช่วงเดียวกับที่มหาวิทยาลัยของจังหวัดมีงานพระราชทานปริญญาบัตรพอดี
 
ปีนี้ มีญาติและคนรู้จักมากมายเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร
 
เวลาไปงานเลี้ยงก็จะถูกถามว่า
 
"เราก็จะเรียนจบแล้วไม่ใช่หรอ เรียนจบแล้วจะทำอะไรต่อ"
 
 
ปิดเทอมนี้จึงเรียกได้ว่าเป็นปิดเทอมที่ค่อนค่างคิดหนักเลยกับทางเดินต่อไปมในอนาคตของตัวเอง
 
 
 
และเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง ก็เพิ่งได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันอีกครั้ง
 
คือการสอนพิเศษภาษาอังกฤษให้กับเด็กสองคือ ชั้นประถมหกกับชั้นมัธยมสอง
 
ซึ่งการสอนน้องสองคนนี้ ทำให้รู้เลยว่าระบบการศึกษาของไทยกำลังมีปัญหาแน่ๆ,,,
 
เห็นแล้วก็กลุ้มใจ
 
 
 
อีกสองวันเวลาปิดเทอมก็จะหมดแล้ว
 
อาทิตย์หน้าก็ต้องกลับเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยซึ่งปีนี้ก็เป็นปีสุดท้ายแล้ว
 
 
 
ขอบคุณทุกบทเรียนในช่วงระยะเวลาสั้นๆในปิดเทอมนี้ ที่ได้สอนอะไรหลายๆอย่างให้,,,
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

เก็บเกี่ยวไว้ทำงานจริง confused smile

#1 By ปิยะ99 on 2013-05-29 15:37