“ยิ้มแบบนี้ ให้ทายมั้ยว่าใครถ่าย”


ข้อความส่วนตัวใน facebook เด้งขึ้นมาในไม่กี่นาที
หลังจากการตัดสินใจเปลี่ยนรูปประจำตัวของหญิงสาว
 
 
ในภาพนั้น ดวงตาของเธออย่างกับตัวสระอิ แทบมองไม่เห็นนัยน์ตา พร้อมกับร้อยยิ้มกว้าง

“คิดว่าใครถ่าย” หญิงสาวย้อนถามกลับไปอย่างนึกสนุก
 
ฝ่ายคนถามไล่เอ่ยชื่อเพื่อนสนิทของเธอมาสองสามคน หากคำตอบที่ผู้ถามได้รับ
กลับเป็นคำตอบเดียวกันหมดว่า “ไม่ใช่”

“งั้นทายไม่ถูกหรอก แค่รู้ว่าคนถ่ายต้องเป็นคนที่ทำให้แกยิ้มได้แบบนี้”

หญิงสาวอมยิ้มให้กับตัวอักษรเหล่านั้น
พร้อมเอื้อมมือไปเลื่อนเมาส์เปิดไปดูรูปประจำตัวล่าสุดของตัวเองอีกรอบ

 
 
“เราไม่เคยเห็นในรูปที่ผ่านๆมา หรือเราไม่สังเกตก็ไม่รู้นะ กระทั่งเวลาเจอแก มันก็ไม่ใช่แบบนี้”


“ ไม่รู้เหมือนกัน เราแค่พยายามหาภาพที่ใกล้ปัจจุบันที่สุด ที่เราสดใสที่สุดน่ะ
ปกติเราชอบรูปตัวเองที่ถูกแคนดิดมากกว่านะ แต่เปิดเจอภาพนี้พอดี เราไม่ค่อยมีภาพแบบนี้จริงๆแหละ”

“ใช่มั้ย มันดูแปลกตาไง”

"ช่วงนั้นเรากำลังแฮปปี้กับชีวิตที่สุดมั้ง 555”

“ใครกันนะที่ทำให้แกสดใสได้ขนาดนี้ ยิ้มแบบไม่ใช่ที่ยิ้มกับเรา ปลา โบ”



“ให้ทายอีกสองคนสุดท้าย ลองดู 555”



“คน คน นั้น”


“โตนอะนะ?”
หญิงสาวเอ่ยชื่อชายหนุ่มที่ผู้ถามเคยได้แต่ฟังเรื่องราวของเขาจากปากของเธอ
แต่ไม่เคยรู้จักชื่อ

“ใช่ปะ?”


“เสียใจที่ต้องตอบว่าไม่ใช่”


“มีอีกคนนึงที่ลังเล”

“?!?”


“คุณแม่?”

“โอ๊ย ถ้าแม่เป็นคนถ่าย รูปคงไม่ชัดแบบนี้ 555
แกรู้มั้ยว่าแกทำให้เราต้องไปไล่เปิดดูแต่ละรูปที่เราเป็นคนถูกถ่ายว่าเรายิ้มยังไง แววตายังไง”

“แล้วมันจริงมั้ยล่ะ มันไม่เหมือนกันนิ รูปนี้แกดูเป็นธรรมชาติ สื่ออารมณ์ได้ ไม่เขิน ไม่เกร็ง”




ใช่แล้ว ปกติหญิงสาวไม่ชอบเป็นผู้ถูกบันทึกภาพ เพราะมักจะเป็นผู้บันทึกเองซะมากกว่า


“จริงๆรูปนี้แกยิ้มให้คนถ่ายใช่มั้ย ไม่ได้ยิ้มให้กล้อง”

“เราจำไม่ได้แล้วว่าตอนนั้นคิดอะไรอยู่ เพื่อนสนิทสมัยมัธยมเป็นคนถ่ายให้น่ะ”

“มันดูได้นะ ว่ายิ้มให้เลนส์หรือยิ้มให้ดวงตาอีกคู่หนึ่งหลังเลนส์ เราแค่ไม่รู้ว่าเป็นใคร”




หญิงสาวเงียบไป เลือกที่จะยังไม่พิมพ์ตอบ มือคลิกเลือกแฟ้มภาพที่เรียงรายอยู่บนหน้าจอ

แฟ้มแรก ภาพที่เธอเลือกเปิดขึ้นมา
เป็น ภาพกึ่งเอียงข้างของเธอที่ผมเผ้ายุ่งเหยิง
ริมฝีปากฉีกออกทั้งสองข้างเห็นทั้งฟันและเหงือก ดวงตายิบหยี
ภาพนี้คนที่นั่งอยู่ข้างเธอเรียกเธอให้หันไปในตอนที่เขามีกล้องของเธออยู่ในมือ
หญิงสาวลองซูมภาพเข้าไปดูตรงส่วนนัยน์ตาของเธอที่มีอยู่น้อยนิด


เธอเห็นคนที่ถ่ายภาพเธอสะท้อนอยู่ในนั้น





หญิงสาวเลื่อนเมาส์ไปเปิดแฟ้มภาพขึ้นมาอีกแฟ้ม
แต่ละภาพนั้น
เธอสังเกตว่ารอยยิ้มของเธอดูทะเล้นและออดอ้อนเหมือนเด็กตัวเล็กๆทั้งนั้น

ใช่แล้ว ตากล้องของภาพชุดนี้คือพ่อของเธอนั่นเอง






“แล้วถ้าเป็นแบบแคนดิดนี่มันสื่อความรู้สึกของตากล้องต่อตัวแบบได้บ้างไหม”


หญิงสาวตั้งคำถามขึ้นมาบ้าง หลังจากบทสนทนาเงียบไป


“แหมแก แค่ไปแคนดิดเขา มันก็ชัดแล้ว จะมีอะไรมากไปกว่านี้”

หญิงสาวได้แต่หัวเราะ


เธอไม่ชอบถ่ายภาพคนสักเท่าไหร่
เธอชอบเก็บภาพทิวทัศน์และสถาปัตยกรรมมากกว่า
หากใครสักคนจะถูกเธอเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก
คนเหล่านั้นก็มักจะไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกบันทึกอิริยาบถเหล่านั้นไว้



“ไปลองเล่นๆนะ เอารูปที่แคนดิดไว้ชุดเดียวกันอัดออกมาซักสิบใบ
เอามาเรียงกันแล้วดูว่าตอนทำน่ะ เรารู้สึกยังไง
มันคงจะยากตั้งแต่เลือกให้เหลือสิบใบละ
แล้วเราอาจจะพบว่า สิบภาพที่คัดมานั้น จะมีมุมมองคล้ายๆกัน

ลองดูนะ

ไปนอนละ”

เจ้าของคำถามทิ้งทวนแล้วจากไป


หญิงสาวเอื้อมมือไปคลิกที่แฟ้มแฟ้มหนึ่งขึ้นมา
ในนั้น มีภาพของเธอที่ชายหาดยามเช้าอยู่จำนวนหนึ่ง
เป็นชุดภาพที่เธอเห็นทีหลัง จากการถูกยึดครองกล้องของเธอเองกับคนที่ไปเดินเล่นในวันนั้นด้วยกัน,,,


คุณเคยสังเกตแววตาและมุมปากของตัวเองเวลาถูกถ่ายภาพกันบ้างไหม?

Comment

Comment:

Tweet